![]() |
|
Spaces home Darth เวเฟอร์PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
Darth เวเฟอร์เข้าสู่โลกภาพยตร์ของเวเฟอร์ซิครับ
|
|||||||
|
คลิกเพื่อกลับไปสู่จักรวาลแห่งภาพยนตร์ของเวเฟอร์ครับ>>> http://www.designparty.com/member/501101Drm/darthvefer.net/
June 14 ที่สุดของหนังแห่งความเข้าใจยากอันดับที่ 4 พลอยที่สุดของหนังแห่งความเข้าใจยากอันดับที่ 4 ใช่แล้วครับ คุณอ่านไม่ผิด นี่คือที่สุดของหนังแห่งความเข้าใจยากอันดับที่ 4 ซึ่งก็คือหนังไทยที่มีชื่อเรื่องว่า ”พลอย” ก่อนอื่นต้องขออภัยก่อนครับ ที่ทิ้งช่วงห่างระหว่างอันดับที่ 5 และ 4 นานขนาดนี้ ด้วยเหตุผลอะไรขอละไว้ในฐานที่เข้าใจกันนะครับ (อาย) เรื่องพลอยเป็นผลงานเรื่องล่าสุดของ เป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับคนนี้ได้ทำหนังแนวนี้มามากมาย และที่ได้ใจผมไปอย่างเต็มเปาคือ เรื่อง “เรื่องตลก69” ตอนนี้เขากับมาพร้อมกับหนังที่เค้าเองบอกว่า “อยากทำหนังง่าย ๆ” ซึ่งนั้นก็คือเรื่องพลอย และไม่ทราบว่าหนังของพี่เค้าง่ายอีท่าไหน ถึงได้มาอยู่ในอันดับที่ 4 ที่สุดของหนังแห่งความเข้าใจยากของเวเฟอร์ได้ ซึ่งบทความที่ท่านจะได้อ่านต่อไป จะเป็นการวิจารณ์และวิเคราะห์รวมไปถึงการอธิบายเรื่องพลอย ในมุมมองที่ผมเข้าใจและตีความออกมาโดยความคิดของผมเพียงผู้เดียว ซึ่งหากไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดประการใด ทางตัวผมเองต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วย ขอบคุณครับ เริ่มกันเลย..... พลอย ผลสะท้อน จากความเน่าเฟะ นำเรื่อง : หนังแต่ละเรื่องมีการบอกเล่าที่แตกต่างกัน บางเรื่องบอกเล่าจากคำพูดโดยตรง บางเรื่องไม่ใช้คำพูดแต่บอกด้วยเหตุการณ์และการกระทำ บางเรื่องใช้แค่สีหน้าและอารมณ์ของตัวละคร แล้วให้คนดูไปตีความคิดต่อกันเอาเอง ส่วนบางเรื่อง เล่าโดยใช้เหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดความรู้สึก ใช้อารมณ์ของเหตุการณ์เป็นตัวบอกกล่าว ใช้โทนของหนังเป็นตัวเล่าเรื่อง ซึ่งการเล่าทั้งหลายเหล่านี้ ผู้ชมจะต้องตั้งใจรับชมแล้วคิดตาม ในแง่ที่หนังสะท้อนออกมา ในแง่ที่หนังไม่เล่าบอกโดยตรง ว่าแกนหลักของหนังเรื่องนี้ ต้องการสื่ออะไรกับคนดู ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับท่านที่จะรับชมหนังประเภทนี้ ท่านก็จะไม่ได้อะไรจากตัวหนังเลย ท่านจะมองมันเป็นแค่หนังที่มีคนเดินไปเดินมา คุยกันสองสามคำแล้วมันก็จบไป ไม่ได้คิดตาม ไม่ได้เสาะหาประเด็น มันก็เท่ากับไม่ได้อะไรเลย แต่หากท่านจะสนใจ กับรายละเอียดที่หนังบรรจงใส่ ที่ตัวละครบรรจงสื่อ ท่านอาจจะมีมุมมองแปลกใหม่ มุมมองที่จะเฉลยคำตอบว่าทำไม หนังอินดี้ ถึงเป็นชื่นชอบของนักวิจารณ์กันทั่วโลก ซึ่งนั้นก็รวมถึงเรื่อง พลอย ด้วย นำเรื่องด้วยสองสามี ภรรยาที่อยู่กินมาด้วยกัน 7 ปี หรือ 8 ปี ไม่ใครตอบได้ ของแดงและวิท ทั้งคู่รักกันมาก รักกันจนเคยบอกรักกันทุกวัน เป็นที่หนึ่งของกันและกันมาตลอดเวลา แต่ความรัก เหตุใดมันจึงมีวันหมดอายุ? อาจเป็นเพราะความเคยชิน ความซ้ำซาก หรือความระแวง... ทั้งคู่ที่เพิ่งเดินทางมาจากอเมริกาเพื่อมางานศพญาติ และเข้าพักที่โรงแรม ขณะที่แดง กำลังนอนพัก วิทได้รับเด็กหญิงชื่อพลอย เข้ามาพักด้วย เพราะเธอต้องรอแม่อีกหลายชั่วโมง และเธอไม่มีใคร... ซึ่งนั้นทำให้แดงไม่พอใจ พอสมควร.. จนทำให้เป็นการจุดฉนวนการมีปากเสียงที่พร้อมจะเกิดอยู่ได้ทุกเมื่อ และในเวลาเดียวกันนั้นที่ชั้นล่างลงไป แม่บ้านของโรงแรมชื่อตุ้ม กำลังร่วมรักอย่างเร้าร้อนกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดหล่อ ข้อดีข้อเด่น : หนังเรื่องนี้จะถูกมองได้เป็นสองชั้นหลัก ๆ ชั้นที่หนึ่งคือการเข้าใจตามการที่หนังบอกเล่า หรือการเข้าใจในระดับพื้นฐานนั้นเอง ว่าเห็นอะไร ก็เข้าใจแบบนั้น แต่สำหรับผู้ที่ใส่ใจรายละเอียดมากพอจนสามารถเข้าใจลึกลงไปถึงอีกขั้นที่ซ่อนอยู่ในหนังเรื่องนี้ ท่านจะเข้าใจว่าทำไม เหตุการณ์ทั้งหมดจึงต้องเป็นเช่นนี้ ทั้งเรื่องความไร้เดียงสาของพลอย ความร่านของแม่บ้านที่โรงแรม ความเสื่อมรักของแดงและวิทย์ ทั้งหมดสัมพันธ์สอดคล้องและส่งแรงสะท้อนถึงกันอย่างลงตัว ขอกล่าวถึงทีละคนนะครับเริ่มต้นที่วิทย์ ถ้าถามว่าวิทย์รักเมียไหม? วิทย์รักเมียของเขามาก มากจนถึงขั้นขาดใจ หรืออยู่ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีเมีย วิทย์อยู่ไม่ได้ถ้าขาดแดง แต่ทำไมเขาถึงไม่เอาใจเมีย ไม่ดูแลเมียดีๆ เหมือนตอนที่คบกันแรกๆ นั้นอาจเป็นเพราะ ความซ้ำซากจำเจ ของการใช้ชีวิตคู่ ความเบื่อหน่าย ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่เป็นเส้นคู่ขนานกันตลอดระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย มันเป็นตัวบั่นทอน ความหวานชื่นของชีวิตแต่งงาน ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในเรื่องนี้ การที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันมาและทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระซ้ำ ๆ ซาก ๆ เช่นที่วิทบอกว่าอยู่กันมา 8 ปี แต่แดงก็เถียงทุกครั้งว่า 7 ปี ทุกครั้งที่พูดก็เถียงทุกครั้ง มันดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้น ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ผลของการทะเลาะประเภทนี้จะกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงและยากเกินจะเยียวยาเลยทีเดียว บวกกับปัญหาที่แดงกับวิทไม่ได้มีอะไรทางเพศกันมานานร่วมปี ทั้งที่สองคนที่เคยรักกันเป็นหนึ่งเดียว มันก็มีกำแพงแห่งความซ้ำซากเข้ามากั้นระหว่างทั้งคู่ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมา ก็เหมือนทำให้กำแพงนั้นมันใหญ่ขึ้น ๆ ทุกวัน... แดงและสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนเป็น “แดงต้องการให้วิทย์ ทำให้แดงรู้สึกว่าวิทย์รักแดง” เป็นประโยคที่ผู้หญิงทั้งโลก อยากบอกกับคนรักของตนเอง มันเป็นธรรมชาติของผู้หญิงที่อยากให้คนรักดูแล เอาใจ แสดงถึงความรักที่มีต่อกัน แต่ทำไมมันจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกิน สำหรับผู้ชายที่จะทำ และเมื่อใดก็ตามที่ประโยคดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมา มันก็มักจะนำไปสู้การทะเลาะที่ไร้สาระ ขึ้นทุกที แดงต้องเศร้าเสียใจ ที่สามีไม่ดูแลเอาใจเหมือนสมัยรักกันแรก ๆ สังเกตได้จากการที่แดงใส่เสื้อคอย้วยตัวเก่าสีซีด มันอาจเป็นการบอกว่าแดงชอบความหวานซึ้งของวันวาน ชอบความทรงจำดี ๆ ที่เคยมี ซึ่งมันหาไม่ได้แล้วทุกวันนี้ การเอาเสื้อตัวเก่ามาใส่ ถึงจะนำเหตุการณ์ในอดีตกลับมาไม่ได้ แต่มันก็ช่วยทำให้เธอได้รู้สึกมันอีกครั้ง แต่เมื่อชีวิตแต่งงานมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอวาดฝันไว้ รังแต่จะมีรอยร้าวที่กว้างขึ้นทุกวัน ๆ สร้างความห่างเหินมากขึ้นทุกที จนทำให้มันมีอีกหลายอย่างที่แดงอยากทำแต่ทำไม่ได้ มีหลายอย่างที่แดงจะเป็นแต่มันสายไปแล้ว และมีหลายอย่างที่แดงอยากบอกอยากจะพูด แต่ซึ่งก็แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้... พลอย ร่างสะท้อนของความบริสุทธิ์ การกระทำทุกอย่างของพลอย เป็นการกระทำที่ไม่จำเป็นต้องตริตรอง เธอทำในสิ่งที่อยาก เธอทำในสิ่งที่ต้องการ เธอถามในสิ่งที่สงสัย เธอมีนิสัยครบถ้วนของคำว่า “เด็ก” และที่สำคัญคือเมื่อเด็กมีปัญหาที่กลัว น้อยคนที่จะถาม ส่วนมากเด็กจะเก็บงำมันไว้คนเดียว และพยายามที่จะปกปิดมัน อย่างเช่นตอนที่แดงถามว่า “หนู ตาไปโดนอะไรมา?” พลอยไม่ตอบอะไร แต่เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อหารองพื้นมาทาปิดรอยนั้น พลอยยังมีนิสัยของเด็กที่อยากจะโต อยากจะทำอะไรที่ทำให้ตัวเองดูโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงแนวโบราณ การสูบบุหรี่ ซึ่งไม่ว่าเธอจะจุดกี่มวน เธอไม่เคยสูบมันจนหมดมวนเลย เธอแค่อยากจะสูบ อยากจะทำให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจเท่านั้นเอง แต่ใครจะรู้ว่าเด็ก ๆ ที่ดูใสซื่อ ไม่มีพิษภัย แท้จริงแล้ว อะไรคือปัญหาที่แท้จริงของเธอ และจริงๆ แล้วเธออาจจะช่ำชองในบางเรื่อง จนผู้ใหญ่ยังต้องตกใจ แม่บ้านตุ้มที่ร่านที่สุดในโลก หนังพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้ ให้แม่บ้านคนนี้เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วย กิเลสทางเพศ ซึ่งก็ทำได้อย่างประสบความสำเร็จซะด้วย ทั้งการกระทำ การแสดงออกทางสีหน้า ทุกอย่างที่แม่บ้านคนนี้ทำ ทั้งที่หน้ากระจก ข้างหน้าต่าง ข้างเตียงและบนเตียง มันแสดงออกถึงความ ร่าน ที่ซ้อนอยู่ในใจผู้หญิงทุกคนในโลกนี้ อยู่ที่ว่าจะแสดงออกมาอย่างมากและน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง ความต้องการชายหนุ่มรูปหล่อซักคน นั้นเป็นเหตุผลที่ทำไม จึงต้องเลือกตัวละครบาร์เทนเดอร์สุดหล่ออย่างนั้น จะสังเกตได้ว่าทั้งสามตัวละคร เป็นสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกันคนละมุม แต่มันได้ส่งผลสะท้อนถึงกันและกันอย่างน่าตกใจ เพราะนอกจากจะสัมพันธ์กันในเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องแล้วนั้น ทั้งสามยังเติมเต็ม ความต้องการและนิสัยของกันและกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ประหนึ่งทั้งสามตัวละครนี้เป็นคน ๆ เดี๋ยวกันก็ไม่ปาน แดงกับพลอย... พลอยเป็นหลายอย่างที่แดงเคยเป็น แดงเคยเป็นเด็กน้อยที่ใสซื่อ เคยเป็นผู้ที่ไม่อะไรให้คิดมากและพร้อมเสมอที่จะรัก หลังจากการทะเลาะของแดงและวิท เมื่อแดงหยิบสร้อยของพลอยที่หล่นในห้องน้ำขึ้นมาใส่ แดงจึงรู้สึกว่าพลอยคือสิ่งที่อยู่ลึกที่สุดในจิตใจของเธอ พลอยคือสิ่งที่แดงอยากกลับไปเป็นอีกครั้ง แดงถึงได้ถามว่า “วิทย์รักเด็กนั้นใช่ไหม” แดงอยากให้วิทย์รักแดง... เหมือนเดิม... และเมื่อหนังได้ฉายถึงการถูกกระทำอันโหดร้าย ของแดงกับผู้ชายใจทราม เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ตัวละครแดงและพลอย ประสานเป็นตัวละครเดียวกันได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน แต่อย่างน้อย มันก็อธิบายได้เพียงพอว่า รอยช้ำที่ดวงตาพลอยนั้นน่าจะไปโดนอะไรมา แดงกับแม่บ้านร่านชื่อตุ้ม การแสดงออกของแม่บ้าน เป็นเสมือนอีกร่างของแดง ทุกอย่างที่แม่บ้านทำเปรียบเสมือนสิ่งที่แดงอยากทำมาตลอด และที่เป็นไปได้สูงเลยก็คือ แดงได้ทำมันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ด้วยเหตุผลที่ลงตัวเหมาะเจาะสองข้อคือหนึ่ง มีฉากหนึ่งที่แดงอ้วกแพ้ท้อง ทั้งที่แต่แรกแดงและวิทย์พูดไปแล้วว่า “แดงมีเมนส์หรือเปล่าเนี้ย?” “ทำไม วิทต้องถามแดงอย่างนั้นทุกครั้ง ที่เราทะเลาะกันด้วยล่ะ เราไม่ได้มีอะไรกันมาเป็นปีแล้วนะ” ในเมื่อทั้งสอง ไม่ได้นอนด้วยกันมาเป็นปี แต่ทำไมแดงถึงยังแพ้ท้อง ถึงตอนที่จะโดนข่มขืน โจรยังต้องพูดว่า “ไม่ต้องห่วงผมใช้ถุงยาง” เพียงแค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้ว ว่าเหตุการณ์ของแม่บ้านนั้นไม่ต่างกับสิ่งที่แดงได้เคยกระทำไปเป็นที่เรียบร้อย แล้วมันยังสอดคล้องไปถึงตอนที่แดงถามวิทว่า “วิทย์คบคนอื่นอยู่หรือเปล่า” “แดงคิดว่าวิทย์คบไหมล่ะ?” “แดงคิดว่าคบ” “คนที่ชื่อน้อย... ใครคือน้อย” “นี่แดงค้นกระเป๋าพี่หรอ.. นี่เราต้องอยู่ด้วยความระแวงกันแล้วหรอ” ลองคิดดูดี ๆ คนที่ระแวงจริง ๆ แล้วคือแดงต่างหาก แดงคือคนที่คบคนอื่นแล้วต่างหาก แดงถามอย่างนั้นออกไป เพราะแดงไปมีอะไรกับคนอื่นแล้วต่างหาก เพราะนั้นแหละเป็นสาเหตุที่แดงอ้วกแพ้ท้อง พลอยกับแม่บ้านร้านชื่อตุ้ม พลอยกับแม่บ้านดูจะเป็นตัวละครที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่เพราะต่างกันสุดขั้วนี่แหละ เมื่อสองตัวละครนี้เอ่ยถึงกันเมื่อไหร่ มันย่อมจะกลายเป็นที่จับตามองแน่นอน พลอยบอกว่าพลอยฝันว่าเห็นแม่บ้านกับบาร์เทนเดอร์ชื่อนัท มีอะไรกัน ทำให้หนังเกิดคำถามทันทีว่า เหตุการณ์ของตุ้มและนัทเกิดขึ้นจริง ๆ หรือเป็นแค่ความฝันของพลอย ซึ่งจะความฝันหรือไม่ มันแทบไม่สำคัญเลย ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะ ตัวละครพลอยเองก็อาจจะไม่มีตัวตนด้วยซ้ำไปน่ะซิ!!! สังเกตได้จาก ตอนที่ทะเลาะกัน วิทย์บอกแดงว่า “แดงไปกินยาที่หมอให้แล้วไปนอนเถอะไป” เพียงแค่ประโยคนี้ประโยคเดียว มันสามารถสื่อได้เลยว่า แดงอาจมีอาการทางประสาทที่ต้องใช้ยาควบคุม เมื่ออารมณ์หรือความโมโหขึ้นสูง ความจริงแล้ว แดงอาจจะแค่เห็นชื่อน้อยพร้อมเบอร์โทรในกระเป๋าของวิทย์ จนทำให้คิดมากแล้วสร้างตัวละครพลอยขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราวเองก็ได้.... จุดนี้ทำให้ตัวละครพลอยและแม่บ้าน ถูกดึงรั้งเอาไว้ให้อยู่ระหว่างความจริง และความฝัน สังเกตได้อีกว่าทั้งสามตัวละครจะฝันถึงกันเป็นทอด ๆ อีกด้วย แดงฝันว่าแดงฆ่าพลอย ส่วนพลอยฝันว่าเห็นแม่บ้าน ซึ่งหากพลอยเป็นสิ่งที่ออกมาจากจิตสำนึกของแดง แม่บ้านก็ออกมาจากจิตสำนึกของแดงเหมือนกัน เป็นสองบุคลิคที่อยู่ในก้นบึงที่สุดของสองฝั่งในหัวใจของแดงนั้นเอง ในฉากสุดท้ายของพลอย ที่เธอได้เดินเข้าไปในห้องที่แม่บ้านตุ้มมีอะไรกับนัท จากนั้นตัวละครพลอยก็ได้หายไปเลย มันเหมือนกับแรงสะท้อนที่ออกมาจาดจิตใจของแดงทั้งสองขั้วมาบรรจบกันเป็นที่เรียบร้อย และนั้นก็สอดคล้องกับเพลงที่แม่บ้านนอนร้องบนร้องตอนจบด้วย.... ทั้งหมดของการอธิบายมานี้ถือเป็นข้อดีข้อเด่นในเรื่องพลอย ที่มีการเล่าแบบกึ่งฝันกึ่งเหตุการณ์จริงและถ้าหากคุณสามารถจับรายละเอียดได้ครบถ้วนไปถึงเสียงแบลคกราวด์ประกอบของเรื่องแล้วละก็ คุณอาจจะต้องฉงนหนักเข้าไปอีกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอาจเกิดขึ้นซ้อนทับกันก็เป็นได้... ซึ่งการเล่าหนังในโทนนี้ถือเป็นการเสี่ยงพอสมควรเลยทีเดียว เพราะถ้าใครที่ดูไม่รู้เรื่องหรือไม่คิดตามก็จะไม่ได้อะไรเลยจากหนังเรื่องพลอยอย่างแน่นอน เรื่องราวที่ผมอธิบายมานั้น ถูกทำให้สมจริงขึ้นไปด้วยการแสดงที่เหมาะสมลงตัวอย่างยิ่ง ทุกตัวละครตีบทแตกและทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างไม่มีที่ติ แม้แต่อนันดาที่รับบทนัท ในเรื่องพลอยนี้สามารถบันทึกไว้ได้เลยว่า เป็นการแสดงที่ดีที่สุดของอนันดา ส่วนวิทย์ก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ครบถ้วน และยังต้องขอบคุณมุมกล้องในฉากที่วิทย์ร้องไห้ในห้องน้ำอีกด้วยเพราะมันทำได้เหงาจริง ๆ แบบเฉพาะคนใจเหงาเท่านั้นถึงจะเข้าใจ มาทางด้านของนักแสดงหญิง พลอยผู้ที่เป็นเจ้าของชื่อเรื่อง ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้มาอยู่ในหนังดี ๆ อย่างนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเธอก็แสดงในบทของเธออย่างถูกต้องครบถ้วน จากที่ผมรู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้มา ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเพียงแค่เธอเข้ามาอยู่ในหนังดีๆ แบบนี้ มันทำให้การแสดงของเธอถึงขั้นเข้าตากรรมการเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่ความใส แต่มันรวมไปถึงความสงสัย ในแววตา และใบหน้าที่ผมพูดได้เต็มปากว่าผมชอบการแสดงของเธอจริงๆ มาถึงคนสุดท้าย ที่เก็บไว้กล่าวถึงที่หลังก็เพราะผมชอบที่สุด พี่หมิวในบทแดงนั้นเอง หมิวได้แสดงให้เห็นว่าเธอคือหนักแสดงแถวหน้าสุดของเมืองไทยอย่างแท้จริง การถ่ายทอดอารมณ์ของเธอช่างลื่นไหล และไม่สร้างความสะดุดเลยแม้แต่นาทีเดียว ซึ่งนั้นช่วยทำให้หนังมีพลังและน่าเชื่อถืออย่างเฉียบคม ทั้งฉากร้องไห้หน้ากระจก ฉากหนีตายจากโจรใจทราม เรียกได้ว่า ไม่ผิดหวังจริง ๆ กับฝีมือของเธอคนนี้ ขอยกย่องครับ ในเรื่องของดนตรีประกอบ ก็ทำได้เยี่ยมไม่แพ้กันเพราะมันช่างรองรับกับโทนของหนังตลอดเรื่อง รวมไปถึงเรื่องของแสงด้วย ยกตัวอย่างเช่นการเดินไปเปิดและปิดผ้าม่านของตัวละคร มันดูเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้มันกลายเป็นตัวคุมโทนแสง โทนอารมณ์ในเหตุการณ์นั้น ๆ ของเรื่องได้ดีเลยทีเดียว ข้อด้อยข้อเสีย : ข้อเสียของเรื่องพลอย ที่เด่นชัดคือ ความอืด และความเชื่องช้า ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ถูกใจผู้ชมหรือนักดูหนังหลาย ๆ ท่านแน่นอน แต่ทุกอย่างมันย่อมมีเหตุมีเหตุมีผลในตัวของมันเองอย่างแน่นอน ยิ่งในหนังทำนองนี้แล้วด้วย การเล่าเรื่องที่เชื่องช้า หากจับประเด็นและตีความหมายได้อย่างครบถ้วน ผลที่ได้มันย่อมคุ้มค่าแน่นอน ถ้าหากหนังดำเนินเรื่องช้าไม่เร้าใจและ ความเชื่อช้าที่ว่าไม่ได้มีอะไรสอดแทรกมาเลยเหมือนกับหนังโจรสลัดชื่อดังที่เพิ่งผ่านตาทุกคนไปนั้น อย่างนั้นมากกว่าที่ควรจะถูกเรียกว่า เชื่องช้า และเสียเวลาเปล่าๆ แต่การนำเสนอของพลอยที่หลายคนเห็นว่าเชื่อช้า ได้สอดแทรกประเด็นและอัดเน้นไปด้วยอารมณ์ อยู่ที่ว่าคุณจะใช้ประสาทที่มีอยู่รับรู้มันได้มากแค่ไหนเท่านั้นเอง สรุป : พลอยถือเป็นหนังที่เข้าใจยากที่สุด และหนังไทยดีเยี่ยมที่สุดที่ผมเคยได้ดูมา ในทุกองค์ประกอบ และข้อคิดที่ได้จากเรื่องถึงจิตใจมนุษย์ ชีวิตอันซับซ้อน ทั้งหลายนั้นไม่มีใครสร้างให้มันยุ่งเหยิงหรอก มีแต่จิตใจเราเท่านั้นที่สร้างเรื่องให้มันยุ่งเหยิงไปเอง จากจิตใจที่มันเน่าเฟะขึ้นทุกวัน จนหนังดำเนินมาถึงฉากสุดท้าย คืองานศพที่แดงและวิทย์เดินทางมา หนังฉายรูปของเจ้าของงานศพ นานพอสมควรไห้เรารับรู้ว่า ตัวละครกำลังซึมซับวินาทีนั้นอยู่ไม่ต่างกับคุณ ว่าไม่นานชีวิตที่แสงจะยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยกิเลสทั้งลายก็ต้องมาจบลงที่นี้ทุกชีวิต จบลงที่โรงศพ เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว แดงจึงพูดเป็นประโยคปิดท้ายว่า “เด็กเมื่อเช้า มันก็น่ารักดีนะค่ะ” ทั้งที่ตอนแรกเธอคิดมากจนอยากจะฆ่าเด็กคนนี้เลยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดเจนว่า เรื่องราวน่าปวดหัวทั้งหมด มันไม่ได้เกิดเพราะใครอื่น แต่มันเกิดจากตัวและจิตใจที่เน่าเฟะของเราเองนี่แหละ ซึ่งในประเด็นนี้มันก็สอดคล้องกับเพลงประกอบของเรื่องพลอยอีกขั้น นั้นก็คือเพลง แด่คนช่างฝัน นั้นเอง ทั้งหมดเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นหนังในด้วงใจของผมไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งด้านรูปธรรมและมโนธรรม ของหนังเรื่องซึ่งได้สะท้อนถึงกันและกันอย่างลงตัว ชนิดที่ว่า ต่อให้ดูเป็นรอบที่สิบ ก็อาจจะเจออะไรที่ยังซ่อนอยู่ก็เป็นได้!!! ความชอบ : 5 เต็ม เกรด : A- ป.ล.นี่เป็นไทยเรื่องแรกด้วยครับที่ได้รับเกรดเอ จากเวเฟอร์ ขอบคุณที่ติดตามครับ แล้วพบกับที่สุดหนังแห่งความเข้าใจยากอันดับที่ 3 หนังจากงานวิจารณ์หนังซัมเมอร์ 2007 แน่นอนครับ April 24 10 อันดับของรักที่สุดในโลกบันเทิงของเวเฟอร์10 อันดับของรักที่สุดในโลกบันเทิงของเวเฟอร์
เมื่อคุณเหงา เมื่อคุณเศร้า เมื่อคุณรู้สึกเบื่อและเหนื่อยหน่ายกับโลกที่วุ่นวายและมีแต่การแก่งแย่งชิงดี การเอาเปรียบและเห็นแก่ตัว คุณต้องการที่พักผ่อน คุณต้องการสิ่งที่ทำให้คุณคลายเครียด ลืมเรื่องปัญหาทั้งหลายแล้วมีความสุขอยู่กับมัน นั้นก็มีต่าง ๆ นา ๆ มากมายในโลกบันเทิงทั้งหลายแขนงที่เราสามารถรับชมรับฟังกันได้ในหลายรูปแบบ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับปัญหาที่มันรุมเร้าเข้ามาหาตัวเราทุกวัน ๆ ทั้งที่เราไม่เคยอยากมีส่วนไปเกี่ยวข้องกับมันเลย แต่นี่แหละครับ มันคือชีวิตที่เราจะขีดเส้นให้มันทุกอย่างไม่ได้ เมื่อผมมีเวลา ผมก็หาเรื่องบันเทิงผ่อนคลายความเครียดและปัญหาต่าง ๆ ซึ่งมันก็มีหลายอย่างแตกต่างกันไป และในงานเขียนชิ้นนี้ผมได้คัดสรรสิ่งต่าง ๆ ในโลกบันเทิง ที่ช่วยผมคลายเครียดมาทั้ง สิบอันดับซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผมรัก และมีความสุขกับมันอย่างล้นใจ ต้องขอบอกก่อนนะครับ ว่าทั้งสิบอันดับจะเป็นการเล่าผ่านความคิดและความรู้ส่วนตัวของผมโดยล้วน ซึ่งหากไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาด หรือสร้างความไม่พอใจใด ๆ เกิดขึ้น ผมเองต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ไม่อยากพูดมากให้เสียเวลา ไปดูอันดับที่สิบกันเลยครับ =================================================================
อันดับที่ 10 เกม Pangya มันคือ : เกมตีกอล์ฟออนไลน์ ที่ (เคย) เป็นที่นิยมที่สุดในบรรดาเกมออนไลน์บ้านเรา พื้นฐานของเกมก็คือการเลือกตัวละคร เลือกเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการตีกอล์ฟให้พร้อม แค่นี้คุณก็พร้อมออกรอบไปในดินแดนแห่งปังย่าอันหรรษานี้ได้เลย
ความโดดเด่น : ความน่ารักของตัวละครในเกมปังย่าเป็นสิ่งได้รับการยอมรับจากเกมเมอร์ทั่วอาณาจักร ซึ่งผมว่ามันเป็นจุดที่ดึงดูดผู้เล่นได้ดีทีเดียว นอกจากนั้นก็ต้องเป็นการเล่นที่ต้องการสมาธิ ความแม่นยำ และประสบการณ์ ซึ่งยิ่งคุณฝึกฝนมันมากขึ้นเท่าไร ผมว่ามันจะยิ่งทำให้คุณหลงเสน่ห์ แห่งเกาะปังย่ามากขึ้นไปทุกนาที แล้วยังรวมไปถึงฉากวิว ทิวทัศน์สวย ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ถูกเนรมิตเป็นสนามกอล์ฟท้าทายความสามารถของเหล่านักกอล์ฟทั้งหลาย เพียงแค่องค์ประกอบเหล่านี้เกาะปังย่าก็เป็นที่พักผ่อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของผมละครับ
ทำไมถึงรัก : ตอนแรกที่ผมรู้จักเกมปังย่า ผมไม่มีความคิดในหัวเลยแม้แต่นิดเดียวว่า มันเป็นเกมที่มีความน่าสนใจแต่อย่างใด ผมคิดว่ามันก็เป็นเพียงเกมหลอกเด็กเกมหนึ่งในยุคนี้เท่านั้นเอง.... และไม่มีทางที่ผมจะเสียเงินไปกับเกมออนไลน์อย่างนี้แน่นอน ... แต่ผ่านไปไม่นานด้วยความน่ารักสดใสของตัวละคร ความสนุกสนานในการออกรอบ การได้พบปะเพื่อนใหม่ ผมก็รักเกมนี้เข้าไปซะแล้ว เมื่อใดที่เริ่มจะเบื่อเกาะปังย่าก็จะมีเสื้อผ้าน่ารัก ๆ มาให้ นักกอล์ฟได้เลือกหาไปใส่กัน เมื่อใดที่มันเริ่มจะซ้ำซาก เกาะปังย่าก็จะมีสนามกอล์ฟแหล่งใหม่ ๆ เข้ามาท้าทายทุกสายตา มันเหมือนเป็นวัฎจักร ให้เราหลงติดกับ และใช้เวลาอยู่กับมันให้มากขึ้นทุกครั้งๆ ไป แต่มันก็เป็นเวลาที่ผมเพลินเพลินและมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียวครับ กับวัฎจักรวงนี้ มาเจอะลึกของรัก : เกมปังย่ามีที่มาจากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นผู้นำส่วนใหญ่ในการออกแบบสิ่งของและทุกอย่างในตัวเกม ด้วยความโด่งดังของเกมปังย่า จึงได้มีการซื้อ-ขายลิขสิทธิ์และแพร่หลายไป มากกว่า 11 ประเทศทั่วโลก และเมื่อเวลาผ่านไปแต่ละประเทศก็เริ่มมีบทบาทในตัวเกมปังย่ามากยิ่งขึ้น เช่นที่ประเทศญี่ปุ่นได้คิดค้น สนามประจำชาติของตนเอง นั้นก็คือสนามดอกซากุระ Pink wind และชุดประจำชาติญี่ปุ่นซึ้งได้แก่ชุดกิโมโน ส่วนประเทศไทยเราก็ไม่น้อยหน้าด้วยการเป็นผู้ออกแบบไม้ Air Night III ซึ่งถือเป็นแรร์ไอเทมในเกม และชุดมวยไทยของตัวละครชาย ซึ่งมีการนำไปขายในเซฟเวอร์ของต่างประเทศด้วย
ตอนนี้เกมปังย่าก็ก้าวเข้าสู่ปีที่สาม หรือ Season 3 นั้นเอง การพัฒนาและร่วมมือของแต่ละประเทศช่วยจัดสรรเกาะปังย่าแห่งนี้ให้เต็มไปด้วยความสนุกหรรษา ที่ยากจะลืม เพียงแค่คุณลองหวดไม้กอล์ฟออกไปเพียงซักครั้งเท่านั้นแหละ.... ส่วนตัวผมเองก็เล่นเกมนี้มาได้เกือบปีเห็นจะได้ครับ ถึงแม้จะมีหลายครั้งที่ผมเบื่อมันบ้าง เซ็งกับมันบ้าง แต่ยังไง เวลาที่ผมนั่งหวดลูกกอล์ฟ ณ เกาะปังย่าแห่งนี้ มันก็ทำให้ผมผ่อนคลายและลืมเรื่องเครียด ๆ ทั้งหลายได้อย่างดีทีเดียวครับ ที่ผมกล่าวมาขนาดนี้อย่าเพิ่งทึกทักว่าผมเป็นมือโปรเก่งกาจอะไรนะครับ ในเกมผมเป็นเพียงแค่ Amature (มือสมัครเล่น) เท่านั้นแหละครับ แต่อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นแหละครับ ว่าจุดเด่นของเกมนี้อย่างเด่นชัดที่สุดก็คงไม่พ้นความน่ารักของตัวละคร ส่วนตัวละครเวเฟอร์นั้นจะน่ารักหรือเปล่าไปดูกันเลยครับ
นี่หนูคู ตัวโปรดเวเฟอร์ครับ ใช้ชุดแดงผมแดง สีโปรดของเวเฟอร์ด้วย~~~~~
หนูคู~~ หวด~~~แล้วจ้า~~~~~
สาวเซ็กซี่ประจำเกาะปังย่า เซซิเลียครับ
แม่อารินคนนี้เป็นโรคปอดบวมรักษาไม่หายซักที ใครสนใจอยากจะไปออกรอบกับเวเฟอร์เชิญติดต่อหลังไมค์ได้เลยครับ~~~~ =================================================================
อันดับที่ 9 Blood มันคือ : เลือด!!! ความโหด!!!! ความซาดิส!!!! ความโดดเด่น : เมื่อพูดถึงเลือดในที่นี้ ผมหมายถึงเลือดในภาพยนตร์เท่านั้นนะครับ ในชีวิตจริงผมเป็นคนที่กลัวเลือด และเครื่องในมนุษย์ทุกชนิด ไม่ถึงขั้นเป็นลมหรอกนะครับ เพียงแต่ทนไม่ได้ที่จะเห็นในจำนวนมากเท่านั้นเอง แต่เมื่อเข้าสู่โลกภาพยนตร์ผมกลับเปลี่ยนตัวเองเป็นคนละคน หนังเรื่องไหนมีความโหด หนังเรื่องไหนมีเลือด หนังเรื่องไหนมีความซาดิส หนังที่เต็มไปด้วยฉากสยดสยอง ผมชอบครับ!!!!! ความโดดเด่นของหนังแนวนี้ก็คงเป็นที่รู้กันอยู่ว่ามันน่าจะเป็นอะไร แต่คุณจะต้องระวังดี ๆ มันมีเพียงเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างฉากเลือดสาดสุดวิจิตร กับฉากเลือดแหวะท่วมจอซึ่งไม่น่าดู ทำไมถึงรัก : อาจจะเป็นเพราะว่าในชีวิตจริงผมรับเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยได้ มันจึงถูกถ่ายทอดมาอยู่ในนิสัยการดูหนังหมดกระมังครับ ทุกครั้งที่ผมเห็นฉากเลือดสาดบนจอ เห็นการฟังแทงชำแหละ ผมรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก บางครั้งอยากเป็นคนเข้าไปชำแหละเองด้วยซ้ำไป (และถ้าใครสนิทกับผมมากๆ อาจจะจำได้ว่าความฝันวัยเด็กผมอยากเป็นอะไร) ในขณะที่คนรอบข้างเอามือปิดตากับฉากที่หวาดเสียวจนเกินทน ผมกับชื่นชมอย่างสุขใจ และคิดในใจตลอดเวลาว่า เอาอีกๆๆ!!!!!! มาเจอะลึกของรัก : จากการเก็บประสบการณ์ในโลกภาพยนตร์มาผมมีฉากสุดเสียง สุดสยองมาแนะนำให้คุณถึงที่แล้วครับ =================================================================
เลือดพุ่ง แค่ขำ ๆ ฉากจากเรื่อง A Nightmare on Elm Street (1984)ฉากนี้เป็นฉาก จากเรื่อง A nightmare on elm street เป็นฉากที่ใช่เลือดเทียมในการถ่ายทำมากที่สุด และมีพระเอกอย่าง Johnny Depp ซึ่งเป็นการ ซึ้งเป็นการแสดงหนังเรื่องแรกของเขาด้วย
=================================================================
ฟ้าสีดำกับเลือดสีแดง แสบไปถึงทรวง ฉากจากเรื่อง Sin City (2005) คำคืนอันมืดมิดแห่งเมือง Sin City เมื่อเหตุร้ายเข้าย่างกรายสาวขายบริการหน้าโหด พวกเธอไม่จำเป็นต้องเพิ่ง 191 หรือบริการที่ไหนทั้งนั้น เพราะพวกเธอสามารถดูแลกันเองได้อย่างดีเยี่ยม หากใครแยมเข้ามาอย่างไม่ถูกที่ถูกทางอาจมีชะตากรรมที่ไม่สวย ซึ่งหนังเรื่องนี้มีภาพที่เป็นขาว-ดำทั้งหมด เว้นแต่สีเหลืองมาสเมนโล่ และสีแดงสดเท่านั้น ที่สาดส่องอย่างใจกล้า
=================================================================
ไม่ต้องใช่เลือด ก็เสียวกันได้ ฉากจากเรื่อง SAW II (2005) ฉากบ่อเข็มในเรื่อง SAW II เป็นฉากแรกที่ทำเอาผมเกือบเอามือขึ้นมาปิดตา เพราะทนความเสียวไม่ไหว แถมผมเองก็เป็นคนกลัวเข็มซะด้วย ฉากที่ Amanda ติ้งลงไปหากุญแจในบ่อที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาจึงเป็นอะไรที่ทำผมเสียวไปทั่วทั้งรางกายเลยทีเดียว อันที่จริงที่ฉากจากเรื่อง SAW ก็สุดเสียวทั้งนั้นแหละครับ แต่ฉากบ่อเข็มฉีกยานี้แหละที่ถูกใจผมที่สุด =================================================================
ความตายไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อย่ามาแซว ฉากจากเรื่อง Final Destination (2000) เมื่อ Alex ผู้ชายวัยรุ่นหน้าตาดี เห็นภาพนิมิตร่วงหน้าถึงเหตุการณ์เครื่องบินระเบิดอันน่าสะพรึง และหนีลงมาก่อนทำให้เพื่อน ๆ และคนอื่น ๆ ติดสอยห้อยตามลงมาด้วยกันถึง 7 คน และพวกเขาก็หารู้ไม่ว่าได้ทำสิ่งที่ท้าทายที่สุดสิ่งหนึ่งไปแล้วนั้นคือ... โกงความตาย แต่ความตายไม่ใช่เพื่อนเล่น ที่จะมาโกงกันได้ง่าย ๆ หรอกนะ ไม่เชื่อก็ดูเอา ฉากโกงความตายนั้นทำมาได้สุดยอดมากทั้งสองภาคครับ ทุกฉากถูกใจผมจริง ทุกฉากยกเว้นฉากในภาคที่สาม.....
=================================================================
เลือดก็แดง หน้าตาก็ดี เอ้า! ฉากจากเรื่อง Freddy VS Jason (2003) เมื่อฆาตกรป่าเดือนตายไม่เป็นงุ่มง่าม ถูกรุ่นพี่ในวงการหลอกใช้เพื่อเรียกชื่อเสียงกลับคืนมา มันจึงเกิดทั้งเลือดทั้งหนอง ปะปนกันอย่างเมามัน และศพวัยรุ่นหน้าตาดีอีกมากมายกายกองและนี่เป็นเพียงหนึ่งในนั้น =================================================================
ขอเต็ม ๆ หน้าเข้าเต็ม ๆ ปาก ฉากจากเรื่อง Haute Tension (2003) เพื่อนสาวสองคน หนีความวุ่นวายไปอ่านหนังสือเตรียมสอบที่บ้านนอก แต่ที่นั้นกลับมีมาฆาตกรโคตรโรคจิต หื่นกามรอคอยเธออยู่ มันจะหื่นแค่ไหน โหดแค่ไหน ดูฉากนี้เรียกน้ำย่อยไปก่อนนะครับ
=================================================================
“เพื่อมนุษย์ที่ข้ารัก” ฉากจากเรื่อง The Passion of the Christ (2004) เมื่อมนุษย์สร้างกรรมอย่างไม่ละเว้น พระเจ้าทรงไม่อยากเห็นมนุษย์ต้องรับใช้กรรม เพราะพระองค์ทรงรักมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ไม่ต่างจากลูกของพระองค์เอง ท่านจึงส่งพระเยซู คริสต์ ลงมาเพื่อทำหน้าที่ในสิ่งที่ควรจะเป็น นั้นคือนำคำสอนของพระเจ้ามาเผยแพร่ต่อชาวโลกผู้เขลา และจงรับชดใช้บาปกรรมแทนมนุษย์ทั้งโลก หนังเรื่องนี้ของเมล กิ๊บสัน สร้างออกมาได้สมจริงและสะเทือนอารมณ์อย่างที่สุด ดูได้จากตัวอย่างที่ผมนำมาถึงที่นี่ไงครับ
================================================================= อันดับที่ 8 Harry Potter Books มันคือ : นวนิยาย สำหรับเด็กที่ผู้ใหญ่ทั่วโลกติดกันงอมแงม และก็เป็นหนังสือสำหรับเยาวชนที่ขายดีที่สุดในโลก ที่ประพันธ์ โดย เจ.เค โรว์ลิ้ง ความโดดเด่น : ในนาทีแรกที่ผมได้ยินเกี่ยว กับนวนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเวทมนต์ และโรงเรียน นั้นมันก็เป็นอะไรที่โดดเด่นและดึงดูดมากสำหรับผม ไม่ว่าผมจะโตอายุแค่ไหน หรือผ่านเรื่องอะไรมามากมาย ความเป็นเด็กน้อยที่รักโลกแฟนซี โลกแห่งเวทย์มนต์นั้นไม่เคยจากหายไปใจผมเลย ซึ่งผมเชื่อว่าในใจทุกคนย่อมมีเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่เหมือนกัน และเรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็มีความโดดเด่นที่แรงกล้า เกี่ยวกับเวทมนต์โดยตรง โลกที่เต็มไปด้วยการใช้คาถา พ่อมดแม่มด สัตว์มีความคิด ต้นไม้มีความรู้สึก สิ่งของมีจิตใจ และอีกมากมาย ที่เป็นส่วนหนึ่งในความฝัน ของใครหลายคน แต่เป็นเพียงความโดดเด่นธรรมดาหากคุณมองแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างผิวเผิน เพราะเนื้อในของนวนิยายชุดนี้เป็นอะไรที่ลึกล้ำ และซ่อนเงื่อน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สอดแทรกมากับความรัก ความจริงใจ และมิตรภาพ และการหักมุมอย่างมีชั้นเชิง ซึ่งในขณะนี้ไม่เพียงแต่เด็กที่หลงใหลในโลกแห่งเวทมนต์ ดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องปกติแล้วทุกวันนี้ ทีจะเห็นผู้ใหญ่มากมาย เดินถือหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำไมถึงรัก : ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก ๆ ผมใฝ่ฝัน ที่จะได้ใช้เวทมนต์ ได้เสกคาถา และคงวิเศษไม่น้อย ถ้าที่โรงเรียนจะมีการสอนเวทมนต์ และแล้วความฝันของผมก็เป็นจริงยิ่งกว่าจริง ทุกอย่างที่วาดฝันไว้ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างดงามในโลกของแฮร์รี่ พอเตอร์ ตั้งแต่เด็กน้อย ผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ และยิ่งตัวหนังสือติด ๆ กันไม่มีรูปภาพ เป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับผม แต่แล้วผมเองก็เปลี่ยนนิสัยตัวเองเมื่อรู้จักกับหนังสือชุดนี้ หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์เล่มแรกที่ผมอ่านจบคือ Harry Potter and the Chamber of Secrets ผมหามาอ่านหลังจากที่ได้ชมหนังภาคแรกจบ และประทับใจกับตัวเองมากที่อ่านหนังสือจำนวน 408 หน้าจบ เพราะว่าผมไม่เคยทำได้มาก่อนเลย จากนั้นก็รีบตามหาภาคต่อมาอ่านอย่างกระวนกระวายใจ จนตอนนี้ก็อ่านครบทั้ง 6 ภาคที่มีวางจำหน่ายออกมาทั้งสองภาษา ทุกเล่มของแฮร์รี่ พอตเตอร์ พาให้ผมรักหนังสือชุดนี้มากขึ้นไปทุกที ด้วยการที่มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ซับซ้อน และยิ่งใหญ่ขึ้นไปทุกขณะ การเฉลยเนื้อเรื่องอย่างมีชั้นเชิง และน่าติดตาม และที่สำคัญคือการหักมุมอันสุดแสนจะบรรยาย ทุกหน้าของหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำให้ผมสนุกสนานได้ไม่มีที่สิ้นสุด หลายครั้งที่อ่านจนถึงเช้า เพราะความอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน ฉากต่อไปและต่อ ๆ ไป ต้องขอชมเจ.เค จากใจจริงในการวางเนื้อเรื่องได้หลอกล่อผู้อ่าน ถึงขั้นนี้ เหมือนเธอกำลังปั่นหัวผมอยู่ตลอดเวลาในโลกเวทมนต์ที่เธอเนรมิตขึ้นมา และขอบอกตรงนี้เลยว่าผมมีความสุขอย่างยิ่งที่โดนเธอคนนี้ปั่นหัวมาตลอด 7 ปีเต็ม ๆ ที่ผ่านมา ส่วนในด้านของกานำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นั้น บอกตรง ๆ เลยว่าภาคที่ถูกใจผมที่สุดคือภาค3 Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ครับ ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัวที่สุดคือภาคอื่นๆนั้น ตัดทอนเนื้อเรื่องจนหดสั้นเหมือนกระจู๋แมว ในภาคที่ 1 และ 2 นั้น ยังอยู่ในระดับ “พอรับได้” ครับ เพราะถึงจะตัดออกหลายส่วนแต่ยังรักษาแกนหลักไว้ไม่บิดพลิ้วมากเกินไป ไม่เหมือนกับภาคที่ 4 ที่เพิ่งผ่านสายตาคนทั้งโลกไป เป็นอะไรที่ขัดใจผมอย่างแรงครับ เพราะนอกจากจะตัดทอนเนื้อเรื่องกลายเป็นฉบับย่อที่น่าเกลียดแล้ว ยังปรับแต่งโอนย้ายนิสัยคาแรคเตอร์สำคัญ ๆ ในเรื่องจนหมดไม่เว้นแม้แต่ตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์เอง ซึ่งผมเองเคยวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนไว้แล้วในกระทู้ “แฮร์รี่ พอตเตอร์ 4 จืดสนิด” หากใครยังจำได้
ย้อนกลับมาที่ภาค3 ที่ผมบอกว่าผมชอบที่สุดก็เพราะว่า Alfonso Cuaron จัดสรรโลกเวทย์มนต์ ได้ตรงตามกับแกนหลักของเรื่อง มากที่สุดในสายตาผม ถึงแม้การบันทอนเนื้อเรื่องมีมากก็จริง แต่เขาสามารถนำส่วนที่เหลือมาดัดแปลงตัดต่อและนำเสนอมาในรูปแบบ ที่วิเศษไม่น้อยไปกว่าในหนังสือเลย ยกตัวอย่างฉากที่ผมชอบ ๆ ก็เป็น ฉากแฮร์รี่ เตะโต๊ะในห้องนอนตามอารมณ์เด็กผู้ชายที่กำลังโตเป็นหนุ่ม ฉากที่ย้อนเวลาไปกับเพื่อนสาวเฮอร์ไมเออนี่ ซึ่งทำภาพย้อนเวลาได้ตรงกับความคิดของผมทุกประการ แล้วแถมยังมีเสียงนาฬิกา “ติ๊ก ตอกๆ” อยู่ตลอดเวลาด้วย ฉากคำพูดของดัมเบอร์ดอร์ทั้งตอนเปิดภาคเรียนและตอนช่วยเหลือนักเรียน ที่ในและหน้าห้องพยาบาล แต่ไม่ว่าหนังของซีรีย์ชุดนี้จะออกมารูปแบบใด มันก็เป็นอะไรที่จะเรียกเงินจากกระเป๋าตังค์ผมได้อยู่ดีนั้นแหละครับ มาเจอะลึกของรัก : หนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในชื่อตอนว่า Harry Potter and the Philosopher's Stone (ฉบับภาษาอังกฤษ) ในวันที่ 26 มิถุนายน 1997 และทำปรากฏการณ์หนังสือเยาชนที่ขายดีที่สุดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ถ้าผมจะเจาะให้ลึกผมคงไม่มานั่งบอกวันจำหน่ายของหนังสือหรอกครับ ผมขอเจาะประเด็นเล็ก น้อย ที่คุณมองอาจข้ามไปในหนังสือจะน่าสนใจกว่า ================================================================= *บทความในส่วนนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อ่านหนังสือครบทั้ง 6 เล่มแล้วเท่านั้นนะครับ* 1.ว่าด้วยเรื่องอาวุธจอมมาร ในตอนที่หางนอนถูกจับที่เพิ่งโหยหวยในภาคที่สาม มีบทสนทนาดังนี้ ซีเรียส แบล๊คพูดว่า “นายขาย ลิลลี่กับ เจมส์ ในให้โวลเดอร์มอร์ นายจะปฏิเสธไหม” “ซีเรียส ซีเรียส นายจะให้ฉันทำอย่างไง เจ้าแห่งศาสตร์มืด นายไม่รู้หรอก เขามีอาวุธที่นายนึกไม่ถึง ฉันกลัว ซีเรียส” อาวุธที่ว่านี้ถูกนำมาเป็นประเด็นในเล่มที่หกซึ่งแฮร์รี่ต้องหารู้ให้ได้ว่าอาวุธที่จอมมารใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือมันคืออะไร และเขาก็สอบถามจากอาจารย์ ซลักฮอร์น ถึงสิ่งนั้นซึ่งก็คือฮอร์ครักซ์ เป็นเวทมนต์มืดขึ้นสูงซึ่งว่ากันว่าไม่เคยมีใครทำสำเร็จได้มาก่อน นั้นคือการแยกวิญาณของตนเองไว้เป็นหลายชิ้นส่วน และบรรจุไว้ใน สิ่งของชิ้นสำคัญ จากนั้นนำไปซ่อนในที่ห่างไกลและปลอดภัย สาเหตุที่จอมมารใฝ่ฝันจะทำเช่นนี้ก็เพราะว่า เขาไม่อยากตายหากวันนั้นต้องมาถึง เขาไม่อยากต้องไปเร่รอนเป็นผี เขาไม่อยากมีอะไรเป็นอุปสรรคในชีวิตของเขา เขาต้องการเป็นอมตะ!!! เข้าใจลึกซึ้งขนาดนี้แล้ว มาดูประโยคที่นางหนอนบอกไว้อีกทีว่า “เขามีอาวุธที่นายนึกไม่ถึง” ก็ใช่ซิครับ นึกไม่ถึงจริง ๆ แม้แต่ดับเบอร์ดอร์เองยังใช่เวลาหลายปีในการตามหาเลย..... ================================================================= 2. อยู่ที่คำสัญญา ในเล่มที่สี่ตอนนั่งรถไฟไปฮอกวอตส์ รอนพูดว่าคงจะดีถ้าแกล้งพลักมัลฟอย ตกหน้าผาแล้วทำเป็นอุบัติเหตุ” แต่เฮอร์ไมโอนี่ ตอบกลับมาว่า “เธอคงทำไม่ได้หรอก เพราะแม่เค้าน่ะรักเขาซะเหลือเกิน” บทสนทนานี้ทำให้ผมคิดได้ว่า เพราะแม่ของเดรโกรักเขามากจึงเอาแต่ใจจนเดรโกเป็นเด็กนิสัยเสียอย่างที่เห็น และหลังจากในเหตุการณ์เล่มที่ 5 จบลง จอมมารโกรธ ลูเซียส มัลฟอย มากที่ขโมยลูกแก้วคำทำนายมาไม่สำเร็จ เขาจึงสั่งคำสั่งใหม่ให้เดรโกโดยตรงซึ่งเป็นทั้ง การลงโทษแทนพ่อของเขา และเป็นทั้งการทดสอบตัวเดรโกเอง ซึ่งไม่มีใครรู้เลยว่าจอมมารสั่งให้เดรโกทำอะไร ยกเว้นเขาเพียงสองคนนั้น แม่ของมัลฟอยซึ่งรักลูกสุดดวงใจ รู้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่อันตรายแน่นอน และเธอไม่อยากให้ลูกต้องทำเผชิญหน้ากับภารกิจที่สั่งจากจอมมารโดยลำพัง เธอจึงไปขอร้องกับสเนป อาจารย์ที่เดรโกรักและเคารพมาโดยตลอด ซึ่งการขอร้องของเธอในครั้งนี้ไม่ใช่การขอร้องแบบปากเปล่า เป็นการขอร้องพร้อมกับทำ “ปฏิญาณไม่คืนคำ” ซึงนั้นหมายความว่าจะไม่มีทางผิดคำพูดได้เป็นอันขาด ไม่ว่าสัญญาอะไรไว้ คน ๆ นั้นต้องทำตามที่ให้คำสัญญาไว้ทุกอย่าง แม่ของเดรโกขอคำสัญญาว่า... “เซเวอร์รัส.. คุณจะอยู่ดูแลเดรโก ลูกชายของฉัน เมื่อเขาพยายามทำความปรารถนาจอมมารให้สัมฤทธิ์ผลหรือไม่” “ผมจะทำ” “แล้วคุณจะปกป้องเขาจนสุดความสามารถของคุณหรือไม่” “ผมจะทำ” “แล้วหากจำเป็นถ้าดูเหมือนเดรโกจะล้มเหลว... คุณจะดำเนินการต่อที่จอมมารสั่งให้เดรโกทำหรือไม่” “ผมจะทำ” สเนปตอบไปทั้งที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าจอมมารสั่งให้เดรโกทำอะไร.... จอมมารสั่งให้เดรโกฆ่าดัมเบอร์ดอร์.............. ================================================================= 3.สายตาที่เชื่อไม่ได้ หรือความจริงที่เรายังไม่ทราบ ตั้งแต่เล่มที่หนึ่งจนถึงเล่มห้า มีการเอ่ยถึงบ่อยครั้งถึงรถม้าที่ฮอกวอตส์ว่าสามารถวิ่งได้เองโดยที่ไม่มีอะไรลาก และทุกคนก็เชื่อแบบนั้นเพราะเท่าที่เห็นมันไม่มีอะไรลากจริง ๆ แต่ในเล่มที่ห้า ทุกคนก็เขาใจว่าแท้จริงแล้วมันมีตัว เธสตรอลลากอยู่ แต่คนที่จะมองเห็นมันได้จะต้องเป็นผู้ที่เคยเห็นความตายมาแล้วนั้น... แต่แฮร์รี่ก็เคยเห็นพ่อกับแม่เค้าตายมาต่อหน้าแล้วตอนอายุ หนึ่งขวบทำไมแฮร์รี่ถึงไม่สามารถมองเห็นไอตัวที่ว่านี้ได้ในตลอดเวลาที่ผ่านมา ในจุดนี้คิดได้สองประเด็นครับ ประเด็นที่หนึ่ง ตอนนั้นแฮร์รี่เป็นแค่เด็กอายุหนึ่งขวบเขายังไม่รู้ว่าความตายคืออะไร เขาไม่รับรู้ว่าพ่อแม่ของเขากำลังโดนฆ่า นั้นก็เหมือนกับเขายังไม่ได้เห็นความตาย เขาจึงมองไม่เห็นตัวเธสตรอล ประเด็นที่สอง สั้น ๆ ได้ใจความและสะเทือนอารมณ์มาก... ที่แฮร์รี่ มองไม่เห็นตัวเธสตรอล มาก่อนก็เพราะเขายังไม่เคยเห็นความตายมาก่อน ก็เพราะพ่อกับแม่ของเขายังไม่ตายน่ะซิ!!!! ไม่อยากจะคิดอะไรบ้า ๆ นะครับ แต่มันมีเหตุมีผล และเป็นที่รู้กันว่า เจ.เค จอมหักมุม
================================================================= เจ.เค ยังได้ทิ้งปมและประเด็นต่อเนื้องเอาไว้อีกมากมาย ไว้โอกาสหน้าเวเฟอร์จะมาวิเคราะห์กันให้ถึงพริกถึงขิง เพื่อเป็นการต้อนรับหนังสือเล่มที่เจ็ดเล่มสุดท้าย Harry Potter and the Deathly Hollows ที่จะมาอยู่ในมือของคุณหลายคนเร็ว ๆ นี้นะครับ เตรีมรอการเฉลยเนื้อเรื่องส่วนสุดท้ายและการหักมุมขึ้นสูงไว้ได้เลย ครับทุกท่าน =================================================================
อันดับที่ 7 Britney Spears เธอคือ : นักร้องหญิงผู้ที่ (เคย) ประสบความสำเร็จและโด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลก ความโดดเด่น : การที่จะมานั่งอธิบายความโดดเด่นของ บริทนีย์ สเปียรส์ ก็เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่เป็นครั้งที่ร้อยครั้งที่พัน เพราะผมเชื่อว่า ทุกคนที่มีโทรทัศน์ทั้งโลกคงรู้กันว่าเธอมีความโดดเด่นในด้านไหน
ทำไมถึงรัก : เมื่อครั้งแรกที่ผมเห็นแม่สาวตัวเล็กคนนี้เล่นลูกบาส กับฝูงชาย และสะบัดก้นโยกย้ายพร้อมตะเบ็งเสียง ออกมาว่า “oh baby baby, how was I supposed to know?” นั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ผมสนใจในเรื่องของเพลงสากล ในโลกฝั่งยุโรบ ในเรื่องของภาษาอังกฤษ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเพลงนี้มันกล่าวถึงอะไร ผมไม่รู้ว่าเธอคนนี้โด่งดังแค่ไหน ผมจำได้ว่าผมชอบทำนองที่มันได้ใจและฟังกี่ครั้งไม่เบื่อ แต่ว่าที่สำคัญคือเพลงนี้ต่างหากเป็นจุดเริ่มต้นในผมฝึกร้องเพลงภาษาอังกฤษ คุณเองก็คงจะจำได้ใช่ไหมครับว่าเพลงสากลเพลงแรกที่คุณฝึกร้องคือเพลงอะไร และมันมีความทรงจำที่ดีแค่ไหนกับคุณ?
จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปผมเจอเธออีกครั้งในจอทีวีช่องห้าช่วงเช้า ๆ ของรายการ อี ฟอร์ ทีน (ถ้าจำไม่ผิด) เธอใส่ชุดสีแดงรัดรูป ผมยาวสลว | ||||||