แฟ้มประวัติDarth เวเฟอร์รูปถ่ายบล็อกรายการเพิ่มเติม เครื่องมือ วิธีใช้

บล็อก


23 พฤศจิกายน

SAW III กับข้อคิดที่แตกต่าง

 
**บทวิจารณ์ไม่มีการเฉลยของเนื้อเรื่องครับ สามารถอ่านได้อย่างสบายใจ แต่ยังไงผมก็แนะนำว่าควรจะชมภาพยนตร์ก่อนอ่านจะเป็นการดีกว่าครับ**

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ได้ไปดูหนังที่สุดจะถวิลหาและรอคอยมากที่สุดแห่งปี ผมเหมือนมีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่ง เมื่อเฝ้ารอหนังเรื่องไหนที่จะได้ชม ผมแทบจะนับวินาทีรอเลยทีเดียว ผมจะรออย่างใจจดใจจอ บางครั้งต้องทำเป็นลืม ๆ ไปเพื่อลดความทรมาน และเมื่อถึงเวลาที่เข้าไปหนังดูที่รอคอยมานั้น ผมจะรับอรรถรสทุกวินาทีในหนังเรื่องนั้นอย่างมีความสุข และลืมความทุกข์ทั้งหลายอย่างหมดสิ้น เหตุการณ์ทั้งหมดก็เพิ่งเกิดอีกครั้งในเรื่องซอว์นี่เอง และมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ เมื่อเราตั้งใจรออะไรซะขนาดนั้น เราย่อมคาดหวังไปต่าง ๆ นา และหากผลที่ได้มันผิดแปลกไปแม้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นที่มาจองความผิดหวังก็เป็นได้

นำเรื่อง: เพียงแค่ฉากเปิดตัวก็ทำคนดูอึ้ง ทึ้ง เสียวกันซะแล้ว ผมเองยังอึ้งเลย คาดไม่ถึงจริง ๆ เลยว่าจะเปิดตัวฉากแบบนี้ถือเป็นเซอร์ไพรซ์แรกก็ว่าได้ และก็เป็นฉากเปิดเรื่องที่ดีที่สุดในทั้งสามภาคเลย
หลังจากฉากเปิดเรื่องอันน่าตกใจ หนังก็ให้เราเห็นเกมส์สยองใหม่ ๆ กันพอหอมปากหอมคอ และมีบทคำสำคัญ ๆซอกแทรกมาเล็ก ๆ ด้วยอยู่ที่ว่าคุณจะจับได้หรือปล่าว
จากนั้นก็เข้าสู่เกมส์สำคัญของภาคนี้ เกมส์ที่เป็นมากกว่าการเอาชีวิตรอด เกมส์ที่เป็นมากกว่าการไปเริ่มชีวิตใหม่ แต่เป็นเกมส์ที่คุณจะได้ทั้งสองอย่างหากทำสำเส็จ คุณจะได้ไปใช้ชีวิตที่มีความสุขที่สุด...ชีวิตที่ปราศจาความแค้นใด ๆ ทั้งสิ้น ชีวิตที่พร้อมหัวใจอันสงบสุข

ข้อดีข้อเด่น: ข้อเด่นของเรื่องนี้เป็นที่รู้ดีกันทั้งบ้านทั้งเมือง ว่าเน้นที่ความสยอง ความเสียว เลือดสาด เนื้อกระจาย และเนื้อเรื่องที่คาดไม่ถึงใช่วงท้ายของเรื่อง ซึ้งภาคนี้ก็ยังรักษาองค์ประกอบดังกล่าวไว้ครบท้วนไม่ขาดตรงบกพร่องแม้แต่อย่างเดียว และที่ผมชอบจริง ๆ คือการที่หนังใส่ประโยคสำคัญมากมายลงไปในหนังตอนที่เราไม่ตั้งใจจะรับฟัง แต่พอมาถึงจุดหักมุมแล้วนั้น เราถึงจะกลับมานึกได้อีกทีว่าหนังเปรยมาเป็นระยะแล้ว แต่เราปฏิเสธที่จะรับฟังมันเอง
และเหมือนกับทุกครั้งอีกก็คือนอกจากความสยองอันเต็มเปี่ยมแล้ว ซอว์ยังใส่ข้อคิดมาด้วย ซึ้งจากที่ผ่านมาทั้งสองภาค คนดูจะคิดได้ว่าการที่เราทุกคนมีชีวิตอยู่นั้นมันก็วิเศษแค่ไหนแล้ว มีผู้คนอีกตั้งมากมายที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อแต่ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นอย่าเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้เลย แค่มีลมหายไปอยู่ได้นี้ก็ถือเป็นสิ่งที่วิเศษสุดสิ่งหนึ่งในโลกแล้ว จริงไหม?
แต่ในภาคนี้มีข้อคิดเพิ่มเติมออกมาคือว่า การที่มีชีวิตอยู่นั้นอาจไม่สมบูรณ์แบบนั้นเพียงพอ หากคุณจมอยู่กับความโศกเศร้า และความแค้นในวันวาน เป็นเช่นนั้นก็ตายไปซะดีกว่า หรือไม่ก็มาเล่นเกมส์ใหม่ของจิ๊กซอว์ผู้นี้ เพราะหากคุณรอดไปได้คุณจะได้มีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตที่ปราศจากความเครียดแค้น และความโกรธ…
จุดที่ผมชอบอีกก็ต้องเป็นความรู้สึกว่าหนังพยายามจะทำตัวเองให้เหมือนเป็นกับจิ๊กซอว์ ตามชื่อเรื่อง คือจิ๊กซอว์นั้น มันไม่ได้ลำดับว่าชิ้นไหนจะถูกนำมาต่อก่อน ชิ้นไหนจะถูกนำมาต่อเป็นชิ้นสุดท้าย แต่มันจะต้องนำทุกชิ้นมาต่อกันจนสมบูรณ์ต่างหากถึงจะได้เป็นเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ และคุ้มค่าในการต่อมันจนสำเร็จ ซึ่งหมายความว่า ภาคนี้มีจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในภาคหนึ่งและสอง ที่กำลังจะนำมาต่อให้ภาพของหนังสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

ข้อด้อยและข้อเสีย : ในครั้งที่ผ่านมา คนดูจะลุ้นกันอย่างสุดตัวให้คนในเกมส์สุดโหดทำสำเร็จ ให้พวกเขารอดไปได้ แต่ในครั้งนี้ไม่รู้ทำไม ความเอาใจช่วยถึงลดลงไประดับหนึ่ง เหมือนกับว่าแกจะอยู่หรือแกจะตายก็เอาเหอะ ขอแบบสยอง ๆ ก็แล้วกัน ซึ่งผมคิดว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็จะเป็นเพราะ หนังใส่ใจกับความสยองและพล๊อตที่ซับซ้อน จนลืมมาดูที่ความเห็นใจของตัวละคร ในภาคที่แล้วต่อตัวละครเป็นคนเลวอย่างไร ผมเองก็อยากให้พวกเขาทำสำเร็จกันซักครั้ง เล่นเกมส์ให้ชนะแล้วออกไปใช้ชีวิตอันเห็นคุณค่าของมัน แต่ในครั้งนี้ตัวละครนำเกมส์กลับดูน่ารำคาญและไม่น่าเอาใจช่วยมากนัก ยิ่งไปหลัง ๆ ยิ่งอยากให้ตายไปเลยด้วยซ้ำ และกลายเป็นความซ้ำซากที่ทำผมหมดอารมณ์ไประดับหนึ่ง
ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเกมส์เลย และผู้ที่ไม่เรียนรู้อะไรจากเกมส์ย่อมได้รับบทลงโทษอย่างแน่นอน ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ไม่เรียนรู้ผลจากการเล่นเกมส์ ไม่ว่าใครทั้งนั้น...
และการเฉลยเนื้อเรื่องในจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย กลับนำเสนอในมุมที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหากจะว่าจริง ๆ ตรงนี้มันไม่ใช่ข้อเสียแต่อย่างใดหรอกครับ เพียงแต่เป็นการเฉลยเนื้อเรื่องที่มันไม่ค่อยจะถูกใจผมแค่นั้นเอง ผมรู้สึกว่ามันทำให้เรื่องอยู่กับที่ไม่เจริญเติบโตออกไปอีก อย่างในครั้งที่ผ่านมา

สรุปส่งท้าย: หากคุณคาดหวังในความสยองสุดขีด ผมการันตีได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวัง และคุณอาจจะได้ข้อคิดใหม่ ๆ ที่หนังทั้งสองภาคก่อนหน้านี้ไม่มีอีกด้วย พร้อมการเฉลยที่คาดไม่ถึงในช่วงท้าย ถึงแม้หนังจะมีจุดบอดอยู่เล็กน้อยที่อืดอาด และเกือบจะซ้ำซาก แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกครับ มันสำคัญที่ว่า หากภาคสามเลือกที่จะเล่าออกมาในแบบนี้ แล้วผมเองก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าภาคที่สี่จะมีรูปแบบออกมายังไงอีก?? หากต่อไปไม่ดีแล้วนั้นตำนานเกมส์อันสยองขวัญที่สุดอาจจะมีอนาคตที่ไม่สวยงามซะแล้ว ถึงกระนั้นผมเองยังเชื่อใจว่าทางผู้กำกับและเขียนบทจะต้องเตรียมอะไรที่วิเศษและสนองความโหดแฟน ๆ ได้อยู่แล้ว ไม่งั้นคงไม่เลือกที่ทำภาคสามออกมาได้เสี่ยงขนาดนี้

ความชอบ:4 เต็ม 5
เกรด:B-


ขออีกนิดนะครับ : ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น กบว.บ้านเราตัดฉากจากหนังเรื่องนี้ออกไปหรือปล่าว หรือผมเข้าใจไปเองเหตุใด โปสเตอร์รูปฟันสามซี่ที่ทำออกมาถึงไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับตัวภาพยนตร์เลยแม้แต่น้อย??? หรือต้องการบอกแค่ว่าสามซี่หมายถึงภาคที่สามแค่นั้น??
 

19 พฤศจิกายน

ขุดหนังเก่า มาแนะนำ : The Shawshank Redemption

 
ขุดหนังเก่า มาแนะนำ : The Shawshank Redemption (1994)

ตั้งแต่ผมชมภาพยนตร์มาในชีวิต มันมีอยู่เพียงไม่กี่เรื่องครับ ที่ทำให้ผมรู้แบบนี้ได้ รู้สึกมีพลัง รู้สึกมีค่า รู้สึกว่าชีวิตยังนี้ยังต้องต่อสู้และพยายามกันต่อไปอีกมาก
หนังที่ผมนำมาแนะนำในวันนี้เป็นหนังปี 1994 เรื่อง The Shawshank Redemption ที่จะทำให้คุณได้รับอารมณ์ดังกล่าว อย่างซาบซึ้ง เป็นหนังที่มีความละเมียดละไม เข้าถึงอารมณ์อย่างรุนแรง หนังเต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย และทารุณ ทำให้คุณหวาดกลัวอย่างสุดใจ แต่ในทางกลับกันมันอาจจะเป็นสิ่งที่จุดประกายไฟในใจคุณให้ต่อสู้มันอย่างไม่รู้จบก็เป็นได้.....

นำเรื่อง: ดูเฟรน นายธนาคารวันหนุ่มถูกศาลสั่งให้จำคุกตลอดสองช่วงอายุขัย ในฐานความผิดตั้งใจฆ่าถึงสองคน ซึ้งนั้นก็คือภรรยาของเขาเองและเธอถูกฆ่าในขณะที่กับลังประกอบกิจกรรมทางเพศกับชายผู้อื่น บอกแค่นี้ก็คงไม่ต้องให้อธิบายแล้วว่า ทำไม
เมื่อดูเฟรนเข้ามายังคุกที่ชื่อว่า Shawshank เขาต้องพบกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ทารุณ สังคมที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามศรีวิลัย สังคมที่ถูกกีดกันจากโลกภายนอก สังคมที่ไม่มีใครต้องการ ต้องถูกกักขังให้มีชีวิตอันแสนลำเค็ญเป็นการชำระกับสิ่งเลวร้ายที่พวกเขาได้ทำลงไป แต่หากคุณถามคนที่คุก Shawshank ว่าพวกเขาทำอะไรผิดมาถึงต้องมาติดคุก? ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ผมบริสุทธ์ หรือไม่ก็ ทนายมันห่วย จะจริงหรือไม่จริงก็คงไม่สำคัญหรอกเพราะมันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่เป็นแน่ มันก็เป็นแค่ประโยคที่พวกเขาใช้พูดเพื่อปลอบใจตัวเองเท่านั้นเอง. . . . .

ดูเฟรน เป็นคนเงียบและเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เขาใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะเอ่ยปากคุยกับเพื่อนซักสองสามคำ และคนแรกก็คือ เรด ชายผิวดำมีอายุ ที่ดูจะเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุดในคุกนี้แล้ว และเรดผู้นี้ก็กลายเป็นคนที่ ดูเฟรน จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

เรด คนที่มีอารมณ์เย็น มีหัวคิด เขาอยู่ที่นี้มานาน เขาจึงมีสิทธิพิเศษเล็กน้อย ที่จะลักลอบทำอะไรได้นิดหน่อย นั้นคือนำของจากภายนอกเข้ามาในคุก พวกบุหรี่ รูปสาวสวย หรือของเล่นชิ้นเล็ก ๆ และสิ่งที่ดูเฟรน ขอจากเฟรดคือ ค้อนแกะสลัก เนื่องจากดูเฟรนเป็นคนที่ชอบการแกะสลัก เขาใช้เวลาว่างส่วนมากหมดไปกับค้อนอันเล็กที่ได้มาและหินที่เขาจะหาได้ ทั้งไกลและใกล้ตัว......

ชีวิตดูเฟรน ที่นี้ได้เจอกับผู้คนมากมาย ทั้งที่เป็นมิตร และเป็นศัตรู คุณจะได้เห็นถึง มิตรภาพระหว่างคนที่ไม่มีอะไรเหลือในชีวิต คนที่ใช้ชีวิตไปในคุกเพียงเพื่อรอความตาย ผ่านการเล่าอันสมจริง และสะเทือนอารมณ์ผู้ชมโดนตรง

ถึงตรงนี้ ผมไม่อยากจะพูดอะไรที่เป็นการบอกถึงเนื่องเรื่องไปมากนัก บอกได้เพียงแต่ว่า การที่คุณได้นั่งดูชีวิต ของผู้ชายชื่อ ดูเฟรน คนนี้ ดูสิ่งที่เขาเผชิญ ทุกสิ่งที่เขาทำ ทั้งหมดอาจจะเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดจากภาพยนตร์ทุกเรื่องที่คุณเคยได้ชมมาก็เป็นได้.......

และหากคุณคิดว่าเคยดูหนังที่เกี่ยวกับการติดคุกมามากมายแล้ว และคิดที่จะมองข้ามหนังเรื่องนี้ไป ก็ขอให้เปลี่ยนความคิดซะใหม่นะครับ เพราะเรื่องนี้มีการเล่าที่วิเศษ แถมยังมาพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดกว่าใครจะคาดเดาได้จริง ๆ

ข้อดีข้อเด่น: หนังมีความยาวกว่าสองชั่วโมงครึ่ง แต่ไม่มีการใช้เวลาไปอย่างปล่าวประโยชน์เลยแม้แต่วินาทีเดียว! ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ก็พาคนดูเข้าสู้ปัญหา เข้าสู้สิ่งที่จะดึงดูดคุณให้ติดตาม และไม่อยากละสายตาไปจากจอ ที่สำคัญคือความใคร่รู้ ที่คุณสร้างขึ้นเอง ว่า พ่อหนุ่มดูเฟรน ผู้นี้จะเอาชีวิตตัวเองรอด จากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างไร

นอกจากการใช้เวลาอันคุ้มค่าแล้ว ประโยคพูดหลาย ๆ อันยังมีส่วนสัมพันธ์ต่อเนื้อเรื่องในช่วงถัดๆไป อย่างมีลูกเล่น ขออนุญาต ยกตัวอย่างมาหนึ่งเหตุการณ์ ตอนที่ท่านพัศดีเข้ามาตรวจห้องของดูเฟรนอย่างละเอียด ในการดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกคุณอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่เมื่อดูรอบที่สองแล้ว ผมขอบอกว่า ฉากนี้เป็นฉากที่ผมดูแล้วเสียวที่สุดในชีวิตในชีวิตเลยครับ มันเป็นเยี่ยงไรนั้น ต้องหามาชมกันนะครับ ว่าเหตุการณ์ที่ดูธรรมาดา มันจะมีลูกเล่นได้อย่างไร เมื่อเรามาชมมันในครั้งต่อไป


อีกข้อดี ที่เรื่องนี้มีให้คนดูอย่างเต็มเปี่ยมนั้นก็คือ ข้อคิดในการสู้ชีวิต ความพยายาม เมื่อผมดูจบสิ่งแรกที่ผมนึกคือ ผมอยากจะขอบคุณผู้ที่แนะนำหนังเรื่องนี้ให้ผมชม และจากนั้นผมคิดถึงพี่สาวอันเป็นสุดที่รักของผม ผมอยากให้คนที่ผมรักที่สุดในชีวิต ได้ชมหนังเรื่องนี้อย่างที่สุด และก็อยากไห้ทุกคนที่มีโอกาสได้หามาดูกัน ข้อคิดดี ๆ จากภาพยนตร์มีมากมายนับไม่ถ้วนขึ้นอยู่กับว่าคุณจะรับมันมาได้มากแค่ไหนเท่านั้นเอง แต่ที่โดดเด่นจริง ๆ ผมว่าคงเป็นความพยายามอันไม่มีที่สิ้นสุด การต่อสู้กับปัญหาที่รุ่มเร้าเข้ามา โดยที่ไม่จำเป็นว่าคุณจะถูกหรือผิด ประเด็นคือคุณจะตอบรับกับปัญหาและหาวิธีแก้ได้ดีแค่ไหนต่างหาก

หลังจากที่ชมทั้งเนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง บทสนทนา และข้อคิด นั้นก็ยังไม่หมดนะครับ ข้อดีขอ้เด่นที่ผมอยากจะนำมาบอกต่ออีกข้อคือการทำฉาก ทั้งฉากที่มองเห็นได้ด้วยตา และฉากที่ต้องใช้มโนภาพจินตาการขึ้นมาเอง อย่าหาว่าชมกันโอเวอร์ เลยนะครับ พูดง่าย ๆ ว่ากับความกดดันและเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่ชวนน่าติดตามอย่างมากนั้นจะพาคุณดำดิ่งสู่ความตรึงเครียดและความท้อแท้ แต่พอคุณได้เห็นฉากจบของหนังเรื่องนี้เท่านั้นแหละ มันเหมือนเป็นรางวัลที่สวยงามและวิเศษที่สุดในการชมภาพยนตร์จริง ๆ

ข้อด้อยข้อเสีย : นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตวิจารณ์หนังของเวเฟอร์ละมั้งครับ ที่จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ ไม่มีข้อเสียที่ผมจะนำมาตำหนิได้เลย หลายคนเห็นว่าการที่หนังเรื่องหนึ่งทำออกมานาน ๆ เล่าช้า ๆ จะเป็นหนังน่าเบื่อ แต่สำหรับผมหากการเล่านั้นมันจะช้าหรือนานแค่ไหน แต่ผลที่ได้จากการตั้งใจชมนั้น มันคุ้มกัน ผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นข้อเสียตรงไหนเลยครับ กลับจะชื่นชอบมันซะอีก คุณลองดูดี ๆ ว่าการคุยเรื่อย ๆ อันแสนน่าเบื่อ แต่แฝงข้อคิดนั้น มันอาจจะดีกว่าฉากแอคชั่นแรง ๆ แต่ไร้สมองก็เป็นได้นะครับ



บทบันทึก : ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าชิงออสก้าถึง 7 ตัวรวมไปถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชาย แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ไปเข้าชิงปีเดียวกับ Forrest Gump หนังที่ได้คะแนนจากทางบ้านอย่างล้นหลาม จึงแพ้ไปแบบเพียงปลายก้อย เท่านั้นเอง
และภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้คะแนนเรทติ้งที่เวป IMDb ถึง 9.2 เต็ม 10 จากผู้โหวตถึง 220,037 คน เป็นอันดับที่ 2 อยู่ในตอนนี้ครับ และเป็นหนังที่มีผู้เข้ามาโหวตเป็นจำนวนมากที่สุดอันดับ 1 ด้วย
รางวัลที่ได้เข้าชิงมีอีกมากมายหาชมได้ที่ลิงค์นะครับ >>
ข้อมูลจาก IMDb ครับ

สรุปส่งท้าย : ผมพูดได้เต็มปากครับว่านี้คือ หนึ่งในหนังที่ “ดีเยี่ยม” ที่สุดในทุกองค์ประกอบ ที่ผมเคยได้รับชมมา และอยากให้ทุคนได้รับชมความวิเศษนี้ด้วยกัน แล้วคุณอาจจะมีมุมมองชีวิตที่ดีขึ้นในทันที...พร้อมทั้งนึกถึงคนที่คุณรักและอยากให้เขาเหล่านั้นได้ดูเรื่องนี้กันต่อไป

ป.ล.ขอบคุณ คุณ หอยหลอด ผู้แนะนำหนังเรื่องนี้ให้เวเฟอร์ครับ

ความชอบ : 5 เต็ม
เกรด : A